Natchanon's profileSoDiUm---> [NA]PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 04

    ฃ ใหญ่ ลุย เมืองแสนสุข

     
         วันเสาร์เรานัดกานเก้าโมงเพื่อจาไปบางแสนกาน
    ตอนแรกนึกว่าทริปนี้จะถูกยกเลิกแล้ว แต่ก็ดีอ่ะนะ
    เพราะปิดเทอมนี้มะได้ไปเที่ยวไหนเลยอ่ะ
    สมาชิกที่จาไปกานก็ดูร่อยหรอแต่ก็ยังดีที่ยังมีผู้ร่วมชะตากรรม
    ทั้งหมดสิบท่าน เรา เซฟ ใหม่ เชาว์ เชอ ยุก ฟรอ หนิง โอ๊ต แกะ
    ตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากไปเสียเลย ทามไมไม่รุ
    แต่ก็ไปเพราะนัดเพื่อนๆๆแล้วอ่ะ นั่งแทกซี่จากสวนธนไปเอกมัย
    แล้วต่อ รถ ปอ 1 เที่ยวสิบเอ็ดโมงถึงบางแสนบ่ายโมง
    เข้าที่พัก เดอะไทด์ รีสอร์ท ห้าๆๆๆ เสดสับกินกินส้มตำกานไป
    หกจานแล้วก็ปั่นจักรยานสามตอนขึ้นเขาสามมุขเหนื่อยมากมาย
    กลับมาก็อาบน้ำไปกินข้าวที่แหลมแท่นหมดกานไปหลาย
    แหะ..แล้วเราก็ลงเล่นน้ำ อยู่ชลมายี่สิบปีไม่เคยเห็นน้ำที่บางแสนใส
    ขนาดนี้มาก่อนเลย สะอาดมากมายๆๆพระจ้าวๆๆๆๆๆๆโอ้ว
    ไปนั่งกานกลางน้ำชิวๆกินอาไรเย็นๆกลางทะเล โอ้วๆๆสุดๆๆ
    หลับเป็นตายๆตื่นมาสิบครึ่งก็กินข้าว ไปเที่ยวหนองมน
    แล้วก็แวะพิพิธพันธ์สัตว์น้ำ หนุกๆๆหนานๆๆแล้วก็เดินทางกลับ
    โดยรถตู้ปลากระป๋อง เป็นอันจบทริปนี้ตอนแรกนึกว่าจาต้องต่อ
    ที่พนัสนิคมซะแล้วโชคดีไป แห้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    October 20

    เหงาเงียบเงียบเหงา

     
     
    โอ้  พระจ้าวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ทามไมครั้งนี้สอบเสด ส่งงานเสด
    แล้วทามไมมันไม่โล่งเหมือนทุกครั้งวะ
    เฮ้ออ.......
    แล้ววันนี้เพื่อนๆๆๆก็กลับบ้านกานหมด
    เหลือเรากะเซฟต้องทามค่ายต่ออ่ะ
    แม่งไม่เคยเล้ยๆๆๆๆๆๆ
    ปกติอยู่หอก็ต้องมีเชา
    หรือไม่ก็เปเล่ทุกครั้ง
    แม่งครั้งนี้ครั้งแรกอยู่หอคนเดียว
    เหงาชิบหายเลยอ่า
    เงียบก็เงียบแม่ง....
    เฮ้ออๆๆๆๆๆๆ
    เพื่อนๆๆกลับมาเร็วๆๆๆน้า
    เด๋วพาไปเที่ยวบางแสน
    .........หุหุ.........
     
     
    SodiuM-->Na
    September 30

    ...

       
     เหนื่อยกายเหนื่อยใจจังวุ้ย.....
    September 22

    ไม่รู้เป็นอาราย

     
     
    พิ่งกลับมาจากสอนเด็ก
    วันนี้สอนแค่คนเดียวจากปกติห้าคน
    ก็เพราะอารมณ์เรานั่นเองกำลังบูด
    พี่จามาให้สอนต่อก็เลยปฏิเสธเขาหมด
    อดเลยกรูแทนที่จะได้ซักห้าหกร้อย
    เลยได้แค่ร้อยยี่สิบ
    ไม่รู้เป็นอะไรอ่ะช่วงนี้
    รู้สึกเหงาๆๆ แปลกๆๆ เหอๆๆ
    แล้วก็ที่สำคัญเครียด
    อีกสองอาทิตย์จาสอบแล้วอ่ะ เฮ้อ
    แล้วก็งานก็ถาโถมโหมกระหน่ำมา แต่ก็ยังไม่ทำอยู่ดีว่ะ
    เห้อ....แล้วก็เรื่องอื่นๆอีกมากมายที่พาให้คิด
    ไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย มานเหมือน
    กับว่ากามลังเซงอยู่ตลอดเวลาโดยมะรูสาเหตุอ่ะ
    ทำอาไรก็ไม่ได้อยากนั่งอยู่เฉยๆๆคนเดียว
    ซึ่งมันไม่ได้อะไร เหอๆๆๆ
    สรุป__กรูเป็นบร้าไรวะเนี่ย__
    พรุ่งนี้จาไปดรีมเวิร์ลกะพี่ๆๆเพื่อนๆๆและน้องๆ
    ขอให้เราหายเป็นอย่างนี้ก่อนไปแล้วกานสาธุ เห้อๆๆๆๆ
     
    ขอโทดทุกคนด้วยนะที่โดนเราวีนหรือก็อารมณเสียใส่
    ขอโทดจิงๆๆจากใจ
     
    SoDiUm-->Na
     
    September 21

    คิดก่อนสาย

     



       
     
              ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับเจ้าของต้นเรื่อง 
    มันอาจตอกย้ำความเจ็บปวดกับคุณในเรื่องนี้ 
    แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่เพื่อตอกย้ำคน
    ที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคนให้หันกลับมาดูคนที่ส่งเสียคุณ
    เลี้ยงดูคุณมาด้วยความเหนื่อยยาก 
      
        วันนี้เราหันไปเหลียวท่านบ้างหรือเปล่า
    ก่อนจะไม่มีโอกาสดูแล เมื่อท่านจากเราไปแล้ว
    การจัดงานใหญ่โตมันไม่มีประโยชน์อะไร
    เวลาท่านอยู่ทำไมไม่ทำ?

    ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ

    ในขณะที่....
    ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป เรียน เที่ยว นอน กิน
    ดึกๆผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
    ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
    และผมก็เชื่อว่าใครๆเค้าก็ทำแบบนี้กัน
    "จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง"

    "กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิด ถึงเค้ามั้ยเนี่ย"
    "รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือ
    ที่รักจะได้เห็นใจไง""ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ"
    ประโยคต่างๆที่ผมได้คิดและคัดสรร
    เตรียมพร้อมมาต่างๆก่อนโทร

         ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
    ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
    พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ไม่ชอบนะ
    หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน

    "เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ
    แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน"

    "ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง"

    "เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย"
    "วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง"

    "อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ"
     
    โธ่!คำถามเดิมๆ

    ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที
    ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
    โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
    ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว
    ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง"
    จนกระทั่งวันนั้น

    "ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย"
    "เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ"
    "แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ"
    ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
    ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า "Home"
    "โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย"
    ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
    เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ

     
    "และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่"

    หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
    เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
    และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
    แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
    ญาติของผม
    เล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
    ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น
    และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอ
    ไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล

    แต่แม่เลือกที่จะโทรหา "ผม"
    สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ

    โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
    วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม
    ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น

    วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
     
    ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
    ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
    โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
    ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ


    คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
    คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม

    "และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต"
    ในบางครั้งประโยคที่ว่า
    "ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว"
    มันก็ไม่เป็นความจริง

    "เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว"
    อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม

    หลังจากนั้น ไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอ
    วันหลายๆชั่วโมงคุยกับเธอก็ทิ้งผมไป
    วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ
    มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
    เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง
    "เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป"
    ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
    รอที่จะตอบคำถามเดิมๆให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
    แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
     
      ขอบคุณเพื่อนไอซ์และเจ้าของเรื่องที่ให้ข้อคิดดีดีกับเรา
     
                                                       Sodium-->Na
     
    September 16

    เซง++!!!

     
    อยากไปดูหนังอ่ะ
    เง้อ กะว่าจาไปดูอาทิตย์นี้ซะหน่อย
    แต่ก็ทามไงได้เพื่อนๆ ก็ไปดูมา
    เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแต่บังเอิญข้าพเจ้า
    ไม่มีตังค์ไปดูอ่ะ
    แง่ว..ชาวบ้านเขาก็ไปดูกานหมดแล้ว 
    เง้อ เซงว่ะ++
    สงสัยคงจะต้องไปดูคนเดียว
    หรือก็ไม่ได้ดูอีกตามเคย
    เฮ่ออออออออ!!!!!
     
    เบื่อจาง++
     
     
    September 13

    "Sad"

     
    เฮ้อ......เศร้า
     
               ไว้อาลัยให้กับเพลงในเสปซเราเพลงเก่า.."อยากรู้แต่ไม่อยากถาม"...
               
               ซึ่งโดนปู้ยี่ปู้ยำ หุหุ  ไม่น่าเลยเพลงออกเพราะ เหอะๆๆ
        
               เลยต้องเปลี่ยนอย่างเร่งด้วน เง้อๆๆๆๆๆ เสียดาย
     
                                            
                                                                      Sodium-->Na
    September 04

    MeeTing For N' KhorYai "---> Lag <---"

           เมื่อวานไม่ได้อั๊บเพราะเหนื่อยมาก เราว่าเรานั่งเฉยๆๆ
    แต่ทามไมเหนื่อย โฮะๆ?? กว่าจารวบรวบทรัพย์สินกานได้
    ก็นัดน้องเกือบเป็นกลุ่มสุดท้าย
          
           3 กันยายน 2550 ห้าโมงเย็น ใต้ CB4
    แต่กว่าจาได้เคลื่อนทัพหลวงจิงๆๆก็หกโมงก่าๆๆ
    เรานั่งรถยามาก้าวไปเรื่อยๆๆตามถนนพุทธบูชา
    หุหุ ผ่านบ้านสวนธนแล้วก็ผ่านๆๆไปเรื่อยๆๆ
    พอถึงหน้าร้านธนบุรีการ์เด้นน้องๆๆก็กำลังจะเข้าไป
    แต่ไม่ใช่พี่ดันไม่เข้า ห้าๆๆ เข้าร้านข้างๆๆ
    บะหมี่จับกังตั้งเรียงรายอยู่กว่า 20 ชาม
    แล้งกิจกรรมฐานแรกก็เริ่มขึ้น..เส้นสายใยรัก..
    พี่รหัสกะน้องจับคู่กาน กิน กิน ให้หมด ภายในเวลาสิบนาที
    แห้ๆๆ ฮากานมากมาย และแล้วคู่ที่หมดช้าสุดก็คือ
    เปเล่ย์ กะน้องแอม ทุกคนเหมือนจาอิ่ม เพราะ
    จับกังชามใหญ่และก็เยอะมากแล้วไอ้เฌอดันไปสั่ง
    เป็นแบบพิเศษอีก แมร่ง หุหุ
     
          จากนั้นเราก็จาพาน้องแลนรี่ไปไหว้พระที่วัดพุทธ
    กติกามีอยู่ว่า ใครไปถึงหลังสุด เสปเชียล
    พอไปถึงแยกวัดหลวงพ่อโอภาสี เราก็เลี้ยว
    น้องก็งง พี่พี่ก็บอกว่านี่แหละทางลัด
    หุหุ ผ่านบ้านเคียงน้ำ เราก็พาน้องๆๆเข้าไปขอนั่งพักหน้าร้าน
    แล้วก็เพิ่งจารู้ว่าสเปเชียลของการที่กินบะหมี่หมดช้าคือ
    จะได้นั่งแทกซี่ มายังจุดหมาย เพราะเจอเปเล่ย์กะน้องแอม
    รออยู่อย่างสบายใจ
     
        จากนั้นก็ถึงกิจกรรมฐานที่สอง ถ่ายรูปหมู่แล้วก็ถ่ายรูป
    หน้าตาที่อุบาตทคี่สุดใครดูดีสุดจาถูกสเปเชียลในการเลี้ยงครั้งหน้า
    หุหุ อุบาตกานเต็มที่เลย แสด รับไม่ได้ ถ่ายเสดเราก็พา
    น้องไปยังประตูทางเข้าห้อง VIP 1 ถ่ายรูปพี่น้องสายระหัส
    แล้วพาเข้าห้อง หุหุ
     
       แล้วก็ลงมือทานอีกครั้งเพราะบะหมี่ถูกย่อยไปกะการเดินทาง
    ที่เหมือนจะไกล หุหุ ละก็แนะนำสมาชิกและน้อง ฃ ใหญ่
    ฮาดี ต้องขอบใจเฌอที่นั่งทำ แหะๆๆ และแล้ว น้ำตราจอร์นนี่นักเดิน
    ตราฉลากดำและฉลากแดงก็ถูกเปิดโดยพี่เชา ทุกคนแดนซ์กระจาย
    ที่ไม่คาดฝัน น้องแฟง14 เราจู่ๆก็ฉวยไมค์ลุกขึ้นมาร้องและแดนซ์
    ไทเทเนียม ทุกเพลง โอ้ววววก้อด...แล้วเราก็กลับพร้อมกานห้าทุ่ม
    สี่สิบเพราะน้องต้องเข้าหอในแหะๆๆหมดเวลาสนุกเยย ว้าๆๆๆ
     
    -ขอบใจเพื่อนๆ ฃ ใหญ่ที่ยังรักกานดี
    -ขอบใจเพื่อนๆ ฃ ใหญ่ที่ทำให้วันนี้เกิดขึ้น
    -ขอบใจน้องๆ  ฃ ใหญ่ที่มาสร้างสีสัน
    -ขอบใจบะหมี่จับกังที่ทำให้เราสนิทกานมากขึ้น
    -ขอบใจเท้าของเราที่พาเราเดินไปด้วยกานจนถึงจุดหมาย
    -ขอบใจบ้านเคียงน้ำที่เอื้อเฟื้อสถานที่และอาหาร
      ที่ออกมาอย่างพร้อมเพรียงและรวดเร็วไปนิด
    -ขอบใจผู้จัดการร้านบ้านเคียงน้ำที่ทำให้
      พวกเราคิดว่าเป็นพนักงานต้อนรับ
    -ขอบใจเฌอที่ทามกราฟฟิกและดูแลความเรียบร้อย
    -ขอบใจพีธีกรคู่ขวัญ เซฟ กะ เฌอ
    -ขอบใจกล้องคู่กายทำให้ได้รูปความทรงจำที่ดีอีกงาน
    -ขอบใจกล้องคู่กายอีกครั้งที่แบตไม่หมดก่อนเวลาอันควร
    -ขอบใจแทกซี่ทุกคันที่พาเรากลับ
    -ขอบใจเราทุกคนที่พร้อมใจกานแต่งเติมความสุขให้กันและกัน
     
                                                           SoDiUm-->Na
    September 02

    .....อึมคลึม.....

     
     
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   ที่จะต้องปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้เข้ากับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   กับการงอลอย่างไม่มีเหตุผล
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   กับการตามง้อที่มันมากเกินไป
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   เบื่อ  เบื่อ
     
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    ว่าคนที่ข้าพเจ้ารู้จักเริ่มเปลี่ยนไป
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    เหนื่อยกับการตามทำความเข้าใจความรู้สึกคนอื่น
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้า เบื่อ และ อยากอยู่คนเดียว
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    อยากหลับไปโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมารับรู้
     
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  บางคนที่ข้าพเจ้าละบายให้ฟัง (ขอบคุณนะ)
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  ที่บางโอกาสข้าพเจ้าทำให้งานนั้นหมดสีสัน
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  ที่ทำให้บางคนลำบากใจ
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  ที่ข้าพเจ้าทำหน้าที่ของข้าพเจ้าไม่ดีพอ
     
                 ขอโทษ*****************
                                  พี่ เพื่อน และ น้อง อันเป็นที่รักของข้าพเจ้าทุกคน
                                  Sodium-->Na
    August 20

    มิตติ้ง 50 รับ CPE#21

     
          หลังจากเฝ้ารอมาอย่างยาวนานเวลานี้ก็มาถึง 17 สิงหาคม 2550 รถออกเวลาทุ่มครึ่งแห้ๆๆ รีบซะเกือบมาไม่ทันรีบซะจนทำครกกะสากกะเด็นออกมาจากหน้าตะแกรงรถกระจายกลางถนนเห้อ อับอายๆๆ 
        
          เมื่อนั่งรถมาประมานสี่ชั่วโมง  ห้าทุ่มครึ่งก็ถึงเมืองจัน ยาใจบีชรีสอร์ท ประทับใจกับห้องพักมากแหะๆๆ เพราะโอ่โถงหรูหราเสียนี่กระไร บรรยากาศสบายๆๆ เดินไปเล่นที่ทะเลแล้วรอรับ CPE#21ไม่นานเที่ยงคืนเศษ น้องก็เดินทางมาถึงแล้วเราก็ไปไหว้เจ้าที่กานบรรยากาศพาให้เราคิดถึงเมื่อตอนเราอยู่ปี เสียไม่ได้แหะๆๆปีที่แล้วเราไหว้เจ้าที่ที่ใต้ต้นไทรใหญ่ แต่ปีนี้เราไหว้กานที่ต้นตาลสูงดูตระหง่านจากนั้นเราก็พากานไปนั่งชิวกานที่ข้างอาคารครัวซึ่งติดทะเล บรรยากาศชิว อีกและ จากนั้นก็ไปทำการคาระวะพี่ๆบัณฑิต ซีเนียร์ และ จูเนียร์ จากนั้นก็คาระวะกานเอง น้องๆเพิ่งมากานก็ดูเหมือนจาทามตัวไม่ถูก ไปเดินเล่นที่ชายหาดข้างๆๆโต๊ะเรากานมากมาย บางกลุ่มก็วิ่งไล่จับเพื่อนลงน้ำ แหะๆๆ มีจะมาไล่จับเราแต่เราก็รู้ทัน หุหุครายจะยอมเปียก ราตรีนี้ยังอีกไกล จากนั้นก็หน้าที่พวกเราเปิดโรงทานเรียกน้องปีหนึ่งมาทำความรุจักแล้วก็พาไปคาระวะพี่ๆๆทุกโต๊ะ เส็ดภาระกิจเราก็ไปเดินกานชิวๆตามภาษาคนอารมเสียก่าน้องเรา ยุกแล้วก็น้องยุกเดินจนเมื่อยเลยมานั่งคุยกานต่อแล้วก็แยกย้ายกลับห้องเพราะใกล้เช้าแล้ว ยังมีภาระกิจมากมายที่ต้องทามในวันพรุ่งนี้
       
           สะดุ้งตื่นด้วยเสียงที่คุ้นเคย พี่จันทร์พี่รหัสเรามาตะโกนโหวกเหวก ตื่นๆๆๆๆๆ เช้าแล้วเราก็ดูเวลา ห้าๆๆเก้าโมงและพี่เอาป้ายชื่อมาให้ บอกว่าอีกครึ่ง ช.ม. น้องจามาและ ทามการปลุกเพื่อนไม่มีครายตื่นนอกจากเซฟ เราเลยรีบอาบน้ำแล้วไปกินข้าวกลับมาทำฐานป้ายชื่อกานที่หลังห้องพัก เนื่องจากไม่อยากตากแดดที่ทะเล ร้อน  บรรยากาศหลังห้องเต็มไปด้วยเศษซากของการก่อสร้างที่ดูเหมือนจาเพิ่งเสด เลยให้น้องที่มาเข้าฐานช่วยเคลียร์แล้วย่างหมูที่สู้อุส่าห์แบกมากินกาน บรรยากาศชิวอีกตามเคยแม้สภาพแวดล้อมจาแปลกๆๆก็ตาม หุหุ เสดงานไปกินข้าวกลางวันช่วยย้งทำฐานแกล้งน้อง
     
         กามลังสนุกสนานกานเลยทีเดียวเหลืออีกฐานเดียวเองก็จะครบแต่ดันทีกล้องแปลกปลอมมาถ่ายเสียนี่พี่ๆๆเลยสั่งขึ้นอดเล่นน้ำกะเพื่อนๆเลยเซง อาบน้ำแล้วไปย่างหมูต่อ แหะๆแล้วก็นั่งคิดละครมิตติ้งกานคร่าวๆๆเป็นไปตามสเตปน้องปี 1 แสดงออกมาอย่างที่คิด พวกเรานี่สิปีสองคิดสดเล่นสด ขนาดคิดเองยังขำซะท้องแข็งเชียวHARRY POTTOR กับ... ฮากานมากมายแต่นานชิบหาย สี่สิบนาที หุหุ จากนั้นก็บายศรีน้อง จากนั้นเสียงก็ดังขึ้น
     
        CPE#21 บูมCPE บูมCPE ท่า ท่า เตรียม เสียงตบเท้าก็ดังขึ้นราวกับประทัด หุหุ แล้วน้องก็บูมกานอาจจะเป็นเพราะน้องปีนี้มามิตติ้งกานน้อยจึงทำให้น้องบูมกานไม่ดังเท่าที่ควรจะดังได้ แหะๆๆพอได้สิบแปดรอบพวกเราก็ลงไปบูมรับจนครบยี่สิบเอ็ดรอบแอบได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาเพราะเราช่วยกันทั้ง CPEเล่นเอาคอจะแตก จากนั้นพี่บัณฑิตสั่ง CPE CPE เพลงบูม CPE ซึ่งเป็นเสียงที่คุ้นเคยดูเหมือนว่าจะเคยได้ยินมาภาพบรรยากาศเก่าๆของปีที่แล้วกลับมาในหัวอีกครั้ง เหมือนเราเพิ่งเคยผ่านมาช่างเร็วมากมาย แหะๆๆเราทุกคนบูมให้ปีหนึ่งสามรอบ แล้วเพลงประเพณี มดน้อยไร่ส้มก็ดังขึ้นอีกครั้งร้องจนคอจะแตกเสียงเพลงดังกระหึ่มพอจบเพลงเรากดเสียงหมด น้องรับเกียร์ ภูมิใจนี่แหละน้องกูอย่างเต็มตัวและไปเข้าสาย
     
        ฉลองๆๆๆแล้วเราก็ฉลองให้ CPE#21 แต่กว่าจะเริ่มปาเข้าไปตีสองเราเลยไปเดินเล่นอย่างสบาย สบายบรรยากาศดีมากมาย แหะๆๆ แล้วก็กลับมาฉลองกาน เพื่อนๆทุกคนกินกะน้องรหัสอยู่เห็นแล้วอิจฉา แต่น้องรหัสเราเป็นคนดีบอกเราว่าไม่กินเลยกินก่าน้องไปทั่ว แหะๆๆ รวมถึงพี่ๆๆด้วย จนปิดฉากด้วยไอ้เก่งแหะๆๆ มานจามาเก็บเพื่อนปรากฎว่าต้องโดนเก็บเองเพราะเรา 555555 แล้วไปนั่งเรียงรายกานคาระวะฟ้าดินอยู่ริมทางสี่คน เรา น้องเก่งน้องอาร์ม น้องจั๊ม ห้าๆๆๆ บรรยากาศดีมาก แล้วเค้าเหล่านั้นก็โดนเก็บไปนอนหมดเหลือเราวิ่งเล่นไปมาแล้วโดนพี่แพทกัดอีก พี่ยอร์ชก็มาแกล้งอีกเลยกัดเข้าให้ แห้แห้  แล้วเราก็โดนเก็บพร้อมกับผองเพื่อนก่อนเข้านอนก็ไปยืนเป็นเพื่อนไอ้แม๊กคาระวะฟ้าดินอีกเห็นยืนทำมิวสิกอยู่คนเดียว หุหุ จากนั้นก็หลับยาว
     
       ตื่นคนแรกของห้องอีกตามเคย เก้าโมงครึ่ง มีน้องมาทักจะพูดก็พูดไม่ได้ เหมือนคนเป็นไบ้ไม่มีเสียงเลยสักนิด แต่ก็พยายามจะพูดด้วยเสียงอันน้อยนิด หุหุ เจอพี่ยอร์ช โชวบาดแผลให้ดูเล็กน้อยเป็นรอยเหล็กดัดฟันเลยทีเดียวแห้ๆๆๆ คุยก่าพี่ๆๆถึงเที่ยงก็กลับไปเก็บของขึ้นรถ เห็นน้องหน้าคุ้นๆนึกว่าใครไอ้เก่งโผล่หน้ามาคาระวะฟ้าดินที่หน้าต่ารถ หุหุ เลยเก็บภาพเป็นหลักฐาน
     
       ทามไมขากลับมานช่างยาวนานเช่นนี้แวะสองที่ของฝากไม่รู้จาซื้ออารายเพราะเหมือนของบ้านเราไม่มีผิดกว่าจะถึงมหาลัยปาเข้าไปทุ่มครึ่ง แล้วก็ขนของกลับเข้าหอ ไปย่างหมูต่อที่หอเซฟคุยกานว่าอีกไม่นานงานหนักก็จามาถึงบายเนียร์นั่นเอง หุหุ ตายแน่ตู อยากให้มีบายเนียร์เร็วๆๆจัง แหะๆๆ เพราะอารมมิตติ้งยังไม่จบ เฝ้ารอมานานมากมายแต่ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียจริง.....เหอๆๆๆ
     
     
      
     
     
    July 19

    ประกาศจากผู้หิวโหย

     
    ประกาศจากผู้หิวโหย
     
                  ขณะนี้ทรัพยากรเงินของข้าพเจ้าได้หมดลงแล้ว
    แต่ความหิวนั้นยังครอบงำข้าพเจ้าอยู่ โดยเฉพาะพิษซ่า
    อาหารโปรดของข้าพเจ้าได้ตามหลอกหลอนข้าพเจ้าทุกวี่วัน
    ดังนั้นจึงประกาศหาผู้ใจบุญที่มีจิตใจเมตตากรุณาได้สงเคราะห์
    เลี้ยงพิษซ่า"เด็กนะ"ตาดำๆๆ สักมื้อจะเป็นกุศลอย่างสูง
    ทางเราจะจัดของสมนาคุณท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่จะกรุณา
    โดยเราจะจัดส่ง ปลากระป๋องตราสามแม่ครัวตัวปลามีเกล็ด
    เนื้อนิ่มเละทุกตัวหนึ่งกระป๋องไปให้ถึงหน้าบ้านเลยนะคับ
    หากผู้ใดรับทราบประกาศนี้แล้วอย่ารอช้ารีบมาเลี้ยงพิษซ่าได้
    อย่าให้ช้าที บัดเดี๋ยวนี้แล...................
     
                                              Sodium                                                                                                                     
                                           19  July 2007 
    June 09

    ลาเฟรซชี่ 49 รับโซฟอร์มอร์ 50

     
                ช่วงเวลาของการเป็นน้องสุดท้อง
    ช่วงเวลาแห่งการมีพี่คอยปกป้องดูแลเอาอกเอาใจ
    ช่างผ่านไปรวดเร็วทันใจเสียจิง
    กับปีหนึ่งของเรา CPE # 20
    มันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง
                       
                แต่ต่อจากนี้
    อดีตที่มีแต่คนดูแลมันผ่านไปแล้วตอนนี้
    มีน้องปีหนึ่งซึ่งเข้ามาเป็นเฟรซชี่อย่างเรา
    เราก็กลับกลายเป็นโซเฟอร์มอร์ปีสอง
    ที่ไม่ได้มีแต่คนโอ๋อย่างเดียวเหมือนอดีต
             
                แต่ปัจจุบันเรามีน้อง
    น้องที่ต้องดูแล คอยโอ๋ คอยดูแลเทคแคร์
    เหมือนที่พี่ๆเรา CPE Kmutt เราทำกันมารุ่นต่อรุ่น
    เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน
             
                น้องใครก็ไม่รู้ร้อยพ่อพันแม่มากมาย
    แต่เราดูแลมากกว่าน้องแท้ๆของตัวเองเสียอีก
    เพราะคำว่าCPEคำเดียวที่หล่อหลอมให้เรารวมกัน
               เพราะเราคือCPE
     
    sodium-->Na
     
     
    April 21

    คอมแคมป์#19


             พอดีไม่มีเวลาอั๊บอ่าเลยเวลามาซะเกือบ 2 อาทิตย์หลังค่ายคอมแคมป์#19
    มีคำถามถามมาว่า
                    ...............เหงามั้ย???? .........
                 ............. เหงาเดะวะ                 
                    
                    ตั้งแต่แรก(ต้นเทอมสอง2549) คิดในใจว่าค่ายนี้จะประสบความสำเร็จ
    หรือปล่าววะ???เพราะพี่ๆเค้าทำมาดีทุกรุ่นมันเลยน่าหนักใจแต่เผลอแว๊บบบบบบเดียว
    ค่ายคอมแคมป์#19 ก็มาถึงเดือนสุดท้ายก่อนค่ายเริ่ม น้องมาสมัครกานตั้งพันกว่าคน
    เอาล่ะสิ ฝ่ายคัดสรรทำงานกานหามรุ่งหามค่ำ แต่ปีนี้พูดเต็มปากได้เลยว่าคัดเข้มมาก
    อ่านคำถามในใบสมัครกานทุกฉบับเลย....และแล้วรายชื่อน้องที่ได้ 100 คนก็ออกมา
    พวกเราตื่นเต้น นอนเต้นกานใหญ่ และแล้ว 1 เมษายน 2550 ก็มาถึงซึ่งเป็นวันก่อน
    วันค่ายเริ่มหนึ่งวันแต่กลับมีน้องมาก่อนตั้งแต่เก้าโมงจนถึงเย็นรวมแล้ว 17 คน
    ในตอนนั้นก็เปงห่วงน้องเดียวมากๆเพราะน้องเค้าอายุน้อยที่สุดแล้วก็เงียบๆๆๆๆมากๆๆ
    อิอิ แต่ก็ต้องขอบคุณ คุณพ่อน้องที่ซื้อกะหลี่ปั๊บมาฝากทั้งขามาและขากลับเลย อิอิ
    เปเล่ย์ก็นัดประชุมตอนบ่ายโมงอีก น้องก็มาก่อนตั้งเยอะเลยไม่รุจาทำไงเลยนั่งคุยก่าน้องๆๆ
    กลัวน้องจะเหงา กะเชาว์ ฟลอร์ กุล แอม ปรางค์ ใหม่ และ เซฟ เล่นก่าน้อง
    จนมุขหมดแล้วหมดอีก เห้อ(คิดในใจน้องๆจะเบื่อหรือปล่าววะ) อิอิ แต่เปงไงเปงกาน
    ตอนแรกๆไม่ค่อยเท่าไรเจอสองคนสุดท้ายที่มาก่อนอ่าดิ น้องแตงกวาเดินนำหน้า
    (ตอนแรกคิดในใจเด็กผู้ชายหน้าเข้มนี่เหรอวะชื่อแตงกวา)ไอ้เชอร๊อคโฮมสสสสสสส์
    เดินตามหลัง มานเดินมาในวงขณะนั้นกามลังเล่นซิบแซบ ตกใจนึกว่านักมวยเหอะนะ
    มาถึงก็เอาเลยคับมานสองคนพูดเก่งมาก จากวงสิบห้าคนที่เงียบๆก็เริ่มมีสีสันขึ้น
    มานเทคแคร์เพื่อนๆดีมากก็ต้องขอบใจมานสองคนว่ะที่ทำให้การมาวันแรกของน้องๆ
    ไม่เหงาและเกิดความสนิทกานและแล้วก็ส่งน้องเข้านอนกานตอนสามทุ่ม
    แล้วก็ไปประชุมและเตรียมงานต่อกว่าจะเส็ดตีสองกว่า
    คิดในใจคงไม่ได้นอนกานแล้วววว...กลับถึงหอตีสามขอนอนแป๊บน่า
    นอนก็นอนไม่หลับยอมรับตื่นเต้นว่ะ จนมาตีสามกว่ากำลังจาเคลิ้มหลับเสียง
    โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับพูดว่า"พี่คะหนูอยู่ CB3 ค่ะ"
    จากนั้นก็ติดต่อเพื่อนที่ห้องภาคไปรับน้องแต่คิดในใจไม่มีใครใส่ชุดนักศึกษาเลย
    เราก็เลยต้องรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วตามไป ปรากฎว่าน้องรออยู่หน้าหอกะเชาว์แล้ว 
    ซึ่งเราก็ส่งขึ้นหอแล้วก็ทราบชื่อน้องที่เป็นผู้โชคดี
    มาก่อนในวันนั้นว่า"น้องจ๋า"แต่เราเรียกน้องเขาว่าน้อง "ตีสี่"
    เพราะเราเจอน้องเค้าตอนตีสี่พอดีที่หน้าหอ
    เหอะๆๆ แล้วก็ดันมาอยู่นมเดียวกานคือนมปั่น อิอิ จากนั้นน้องๆก็เริ่ม
    ทะยอยกานมาเรื่อยๆๆๆๆๆ จนครบ 95 คน แล้วจากนั้นความวุ่นวายของพี่ๆทุกคน
    ก็เกิดขึ้นเนื่องจากต้องเตรียมพิธีเปิด รับลงทะเบียน
    คุยก่าน้อง ขนกระเป๋า และรับน้องหน้า ม. ในเวลาเดียวกาน อิอิ
    และแล้ววันแรกก็ผ่านไปด้วยดี(แต่ขอกบอกว่าวันแรกเหนื่อยมากมากและเหนื่อยที่สุด)
    ในแต่ละคืนเรา เปเล่ย์ ปิงปอง ใหม่ ก็จะขึ้นไปคุยก่าน้องที่หอ
    แต่ภาพที่ไม่คาดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นเพราะเห็นกลุ่มน้องผู้ชายเกือบสิบ
    ออกไปเต้นหน้าระเบียงอ่านะ ทำค่ายมาไม่เคยเห็นน้องค่ายไหนออกไปเต้น
    สันหน้าระเบียงมาก่อนแต่มานก็กลายมาเป็นภาพความประทับใจ
    เมื่อนึกถึงทีไรก็อดขำไม่ได้อ่านะ และแล้วเวลาก็ผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
    จนถึงวันที่ 5 ซึ่งตรงกับวันที่ 6 เมษายน 2550 เป็นวันที่ทำแลนด์รี่ย์กาน
    เราอยู่ฐาน "ดื่มน้ำสาบาญ" ก็คุยกานไว้ว่าจะยึดธง
    ฐานสุดท้ายแต่จะต้องไม่ตรงกับฐานพี่ประจำนมนั้นๆ แต่ดันพลาดไง
    ฐานสุดท้ายของเรากลายเป็งนมปั่นซะงั้นอ่ะแต่ก็ต้องจำใจยึด
    ด้วยเหตุผลที่ว่าน้องร้องเพลงประจำนมปั่นไม่ได้และร้องไม่ดัง
    น้องแต่ละนมหวงธงกานมากๆๆๆๆๆๆขอเท่าไรก็ไม่ให้ต้องให้พีนมไปขอมา
    และแล้วก็ถึงเวลาพิสูจน์เพื่อขอธงคืนโดยให้น้องร้องเพลงและเต้นเพลงนม
    ของตัวเองนมแรกผ่านไปก็ได้คืน จนมาถึงนมปั่นยอมรับว่าเพลงนมเรา
    ร้องยากจำยากเข้าใจในสปิริตน้องพยายามกานมากๆๆและแล้วน้องก็ทำออกมา
    ได้ดีมากในความคิดเราแต่มีสองสามคนเต้นไม่ได้จากการลงความเห็นก็
    ปรากฎว่าไม่ให้ น้องแต่ละคนนั่งก้มหน้า
    เข้าใจว่าน้องๆเสียความรู้สึกเพราะทำเต็มที่แล้วน้องบางคนร้องจนเสียงแหบ
    พวกเราพี่นมปั่นก็ได้แต่พยายามให้กำลังใจและก็สอนเพลงให้ใหม่
    พอมาถึงรอบแก้ตัวรอบสุดท้ายน้องก็ทำออกมาเต็มความสามารถ
    ร้องเสียงดังท่าเป๊ะประทับใจพวกเราพี่นมมากๆๆ
    แต่แล้วความเศร้าก็กลับมาอีกครั้งเพราะน้องผักกาดต้องกลับบ้าน
    แล้วดั๊นร้องไห้เราก็เห็นแล้วก็รุสึกหวิวๆๆชอบกล
    เห็นน้องร้องไห้อ่านะ กลัวแม่เขาว่าเอาว่าไปแกล้งลูกเค้า อิอิ
    แต่น้องเค้าบอกว่าต้องไปทามทุระพรุ่งนี้เย็นจะกลับมา
    แต่น้องก็ร้องไห้เพราะไม่อยากกลับ คุณพ่อน้องก็มารับแล้ว
    พี่ๆเลยตั้งขบวนแบกกระเป๋าไปส่งน้องที่รถพร้อมกับร้องเพลง....ลา...อิอิ
    จากนั้นเวลาก็ผันผ่านอีกรอบจนถึงวันรองสุดท้าย
    วันนั้นเราก่าปิงปองพยายามจำชื่อน้องให้ได้ทุกคน
    เพราะมานั่งคิดกานว่าอีกคืนพวกน้องก็จะกลับแล้ว..อ่า
    คิดแล้วก็ใจหาย...อิอิ...ก็อ่านะเราสมองปลาทองจำได้มั่งไม่ได้มั่ง
    แต่รับรองว่าไปเจอที่ไหนจำหน้าได้ทุกคนแน่นอนอ่ะ
    และแล้วเวลาที่ติดจรวดก็พาเรามาถึงเวลาเที่ยงของวันที่แปด
    คือวันสุดท้ายของค่ายที่ต้องปล่อยน้องกลับบ้าน
    ต้นเหตุก็เกิดเพราะน้องผักกาดอีกแน่ะร้องไห้โฮออกมา
    แอมก็ดันร้องตามอีก ถัดมาก็ปิดปองซึ่งเป็นรายต่อไป
    จนมาเราไม่อยากมองหน้าน้องเลยอ่าจาร้องไห้ตาม
    ไปไปมามาน้องทุกคนน้ำตาคลอ
    "วันที่แกมาวันแรกอ่ะพวกพี่กลัวแกเหงาพวกพี่ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้แกเหงา
    แต่ต่อจากวันนี้คนที่จะเหงาไม่ใช่พวกแกอีกต่อไปกลับกลายเป็นพวกพี่ที่เหงา
    ยังไงยังไงก็ติดต่อกับพี่พี่บ้างนะพี่ทุกคนรอฟังข่าวของแกทุกคนเสมอ
    และก็อย่าลืมความรู้สึกดีๆที่เราเคยได้รับรวมทั้งความอบอุ่นนี้ไว้ในใจตลอดไป"
    ตอนนั้นกำลังซึ้งไม่นึกเลยว่าน้องจารู้สึกดีๆๆก่าค่ายเราขนาดนี้ความเหนื่อยทุกๆ
    อย่างหายเป็นปลิดทิ้งและเราก็ลงมาถ่ายรูปหมู่หน้า CB4
    แล้วก็บูม CPE กาน 20 รอบจากนั้นก็ส่งน้องๆทุกคนกลับบ้าน
    จนน้องคนสุดท้ายกลับ 5 ทุ่มก็เป็นการจบค่าย ComCamp#19อย่างสมบูรณ์ 
    คิดแล้วใจหายว่ะ
       
      แด่น้องคอมแคมป์#19 
      
       เพียงแค่มองสบตา น้ำตามันก็จะไหล
       กลั้นมันเท่าไร ก็เก็บไว้ไม่อยู่
       ทั้งที่เคยตั้งใจ จะไม่อ่อนแอให้ดู
       ให้เธอหดหู่ เมื่อยามจากกัน
       ฉันก็เหมือนกับเธอ หัวใจเราไม่ต่างกัน
       เพราะยังผูกพัน อยู่กับฝันของเรา
       เราจะเป็นอย่างไร หากไม่มีกันเหมือนเงา
       ทุกคืนมันคงเงียบเหงาเดียวดาย
       * ต่อจากวันนี้จะมีผู้ใด ร้องเพลงให้ฉันนอนฟังทุกคืน
       แล้วใครจะปลุกทุกวันให้ตื่นเหมือนเดิม
       ต่อจากวันนี้จะมีผู้ใด ที่คอยปลอบใจไม่เคยซ้ำเติม
       เหมือนวันเดิมๆ ที่เคยมีเราด้วยกัน
       วันและคืนเหล่านั้น ฉันจะเก็บมันเอาไว้
       เหงาใจเมื่อใด ก็จะคิดถึงเธอ
       ยามที่เราห่างไกล ไม่รู้เมื่อไหร่ได้เจอ
       ฉันยังมีเธอเสมอในใจ
       ต่อจากวันนี้จะมีผู้ใด ที่คอยปลอบใจไม่เคยซ้ำเติม
       เหมือนวันเดิมๆ ที่เคยมีกันและกัน
                                             
        ......."นมปั่นอย่าลืมเพลงนี้นะถ้าลืมเด๋วโดนยึงธงอีกนะ....จามได้อ๊ะป่าว".......
       
                                  
       บูมบาละฮี มาเลซัมเบยะ
       เรามารวมแล้วพวกเรานมปั่นน่ะ
       มามาล่ะฮา มามันกันเร็ววะ
       โอยาปาเย ปายานมปั่นน่ะ
       
       โป๊ะ  โป๊ะ  ตึ่ง  ตี้ง
     
       นมเปรี้ยวว่าเสียวสุดยอด
       นมนานสุดฮอตยิ่งกว่านมไหน
       นมเย็นว่าไม่เหมือนใคร
       นมสดสู้ได้หรือไม่ นมสดสู้ได้หรือไม่
       นมปั้นนั้นไซร้.....พารากอน พารากอน
       นมปั่นนั้นไซร้.....สุดตีน สุดตีน
       
       โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย..........
       
       let's slow it down little bit
       ละเอียดสุดสุดต้องปั่นอีกนิด <อย่างอื่นไม่ดีมีนมปั่นมะ>
       let's slow it down little more 
       just milk only don't alcohol <กี่ชอตกี่ชอตเอามาอีกนิด>

         ค่ายนี้จะตราตรึงอยู่ในใจเราทุกคนตลอดกาล
            
                           ."คิดถึงกันบ้างนะเว้ย".
           SoDiUm-->Na
          
    (19เมษายน 2550)
    March 21

    สู้สู้ สู้ตาย

     
                      คอมแคมป์ใกล้เข้ามาแล้วตอนนี้มีแต่เรื่องดีดีที่เข้ามา อย่างแรกก็คือ
    ภาคคอมเราได้รับเกียรติให้ไปทำสันให้กับค่ายทูบี น้องตั้งเกือบสี่ร้อยคนตื่นเต้นมากๆ
     ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ค่ายนี้ก็ถือเป็นค่ายพรีคอมแคมป์เลยก็ว่าได้
    โดยเพื่อนเพื่อนภาคเราได้ร่วมแรงร่วมใจกานทำค่ายนี้กานอย่างเต็มที่ ถือว่าโล่งอก
    ไปเปราะหนึ่งกับคอมแคมป์ ข่าวดีอีกเรื่องก็คือมีบริษัทให้การสนับสนุนค่ายเราเพิ่มมา
    สองบริษัทใหญ่ๆๆให้เราเป็นจำนวนเงินถือว่าเยอะพอควรเลย แล้วก็ได้ของสนับสนุนอีก
    โอ้โห ถือว่าเยี่ยมจิงๆๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอขอบใจเพื่อนๆทุกคนที่ทำงานกานอย่างเต็มที่
    ทั้งเพื่อนๆๆฝ่ายสปอนเซอร์และฝ่ายต่างๆรวมไปถึงฝ่ายสันที่นัดกันทุกวันสามโมงที่ลานโบว์
    ถึงแม้ว่าเพื่อนๆไม่ได้มากานมากมายแต่อย่างน้อยๆก็ยังดีที่มากานได้ขนาดนี้
    ยังไงยังไงก็สู้ต่อไปนะ "CPE#20"
    February 20

    ที่จอดรักพักจอดรถ

     

     

     

     ความรักมันก้อเหมือนที่จอดรถ

    วนรอบแรก เฮ่ย...รถเต็มไปหมด จะมีที่ว่างไม๊เนี้ย เหนื่อยนะ
    วนรถเนี้ยก็เหมือนกะที่เราต้องการหาใครสักคน
    ยิ่งหาก้อยิ่งไม่เจอ
     
    วนรอบสอง เจอละ ที่ว่าง
    แต่เฮ้ย ทำเลไม่ดีเลยว่ะ ลองขุบไปข้างหน้าดีก่า
    เผื่อจะมีที่ดีกว่านี้ ดั๊นนนน ไม่มี กลับมาจอดที่เก่าก้อได้ว่ะ
    อ้าวเวนกำ มีคนจอดไปแล้วอ่ะ
    ไม่ค่อยต่างกะเราเจอใครคนนึงที่ดีแสนดี
    แต่ดันคิดว่ามันก้อหาดีก่านี้ได้ รออีกหน่อยดีก่า
    พอคิดได้ก้อ ม.ค.ป.ด. (หมาคาบไปแดก)
     
    วนรอบที่สามก้อได้ว่ะ อ้าว อิ๊บอ๊าย ขับเลยเฮ้ย แม่_...ไรว้า
    คล้ายป่ะๆ ก้อไอ้ทำนองที่ว่า รักแล้วก้อไม่บอก
    ปิดกันไปปิดกันมา กลัวเสียฟอร์ม
    กลัวเค้าไม่รัก เก็บไว้ดีก่า เพื่อนสนิทก้อพอวุ้ย
    พอเลยปุ๊บ จะถอยก้อไม่ได้ รถข้างหลังเสียบปั๊บเปนไงล่ะ เส้าเลย
     
    เอาว่ะ รอบที่สี่ก้อได้ เฮ้ยเจอแล้ว แต่ถอยยากชิบ
    คันหลังก้อตามมาอีก เวร
    ไปข้างหน้าอีกก้อได้ว่ะ อ้าวเฮ้ย ทำไม คันหลังเข้าง่ายจังว่ะ
    เฮ่อ ชวดอีกแล้วตู เหมือนกะทีเราเห็นเค้าสูงส่งเหลือเกิน
    พยายามไปเหนื่อยป่าว แล้วเป็นไงล่ะ ต้องสู้ ไม่สู้ก็อดสิวะ
     
    มันจะยากเย็นอะไรขนาดนี้กะการหาที่จอดรถ
    เอาน่า รอบที่ห้านี้น่าจะมี
    เฮ้ย มันจอดซ้อนคันได้นี่หว่า แต่ไม่อาวดีก่า
    เด๋วเค้าเข็นแล้วไปชนรถตูดคันข้างหน้าก้อเส้า
    ก้อเหมือนกะไปรักคนมีเจ้าของเข้า ไปเป็นกิ๊กเค้า
    ต้องคอยระมัดระวัง แล้วเป็นไงสุดท้ายก้อไม่มีความสุขอยู๋ดี
    อิอิ
     
    ปัดโธ่เว้ย ก้อได้ว่ะๆ ขับกลับบ้านไปจอดรถที่บ้านก้อได้
    เดินมาก้อได้
    สุดท้าย
    บางครั้ง การแสวงหาก้อทำให้เกิดความทุกข์
    บางครั้งการอยู๋คนเดียวมันก้อสบายจายอย่างที่คาดไม่ถึงเหมือนกันนะคับ
     
     
    February 12

    แด่ "R-RAI" วาเลนไทน์ที่แสนเศร้า

     
     
     
     
    "ผมเป็นคนรักใครรักไม่ยาก
     
    แต่ไม่อยากรักใครให้ใจเผลอ
     
    ถ้ารักแล้วรักนั้นต้องเลิศเลอ
     
    รักเพ้อเจ้อรักทำไมรักไม่เป็น"
     
     
     
    +++++++++++++++++++++++
     
     
     
     
     

    "ผมคิดว่ารักคือการให้ คือการเห็นคนที่ผมรักมีความสุข

    ฉะนั้นผมจะไม่เสียใจถึงแม้ว่าของสิ่งนั้นจะไม่ใช่ของของผม"

     

     

    ++++++++++++++++++++++++++++++++

     

    "ผมใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่จะชอบใครสักคน

    แต่มันใช้เวลาชั่วชีวิตของผมที่จะลืมคนคนนั้น"

     

    ++++++++++++++++++++++++++++++++

                                                

     

                                               ผมเอง
                                                     SoDiUm-->Na
                                                     
    12 / 02 / 07
                                                              03:01AM

     

                                                                           

     

     
    January 13

    เพื่อนสนิท

    ... เพื่อนสนิท...

       ... ก็คือ

     เพื่อนธรรมดาๆคนนึง   ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป 

      

       ... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง

     

       ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น

       ... ถึงจะมาสนิทกันได้

      

       ... บางที อาจไม่ใช่นิสัย

       ... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา

       ... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ

       ... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้

      

       ... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น  มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี

     

       . .

       ... บางครั้ง 

     

       ... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป

       ... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย 

      

       ... บางครั้ง

       ... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน

       ... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด 

     

       ... บางครั้ง

       ... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย

       ... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

      

       ... บางครั้ง

       ...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้

     

       ... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่

       บอกเป็นนัยๆว่า

       กรูอยู่ตรงนี้ 

      

       ...

       ...

       ชอบคำๆนึงที่บอกว่า

      

      

       . . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .

       . . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .

      

      

       ...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ

     

       ... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน

      

       ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน

       ... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย

     

      

       ... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก

       ... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที

       ... ไอ่เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว

       ... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที 

      

       ... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที

     

     ...  ก็ตอนอกหักนู่นแหละ

     

       ... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ

       ... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง

       ... คงจะประมาณว่า

       ... "แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน"

       ... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว"

       ... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด"

       ... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

       ... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก

       ... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย

       ...นานๆถึงจะได้คุยกันที 

     

      

       ... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา

       ... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน

       ...   อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน

     

       ... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน

      

       ... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น

       ... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

      

       ... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า

       ... 'เพื่อน

     

     คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ'

       ... 'แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ'

      

      

       ... 'เพื่อน'

       ... 'คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา'

       . . . 'แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

     

       ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป

     เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . .

    January 02

    เริ่มต้นใหม่ในปีใหม่...

      ...เริ่มต้นปีใหม่กับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยการตั้งตั้นชีวิตใหม่โดยการเป็นคนใหม่...

    ตั้งอก ตั้งใจ ตั้งไว้ให้ดี

    ตั้งแต่บัดนี้ขอจงตั้งใจ

    ตั้งตัว ตั้งต้น ตั้งตน ตั้งมั่น

    ฝึกฝน ใฝ่ฝัน ฝ่าฟัน ฝันใฝ่

    อบรม บ่มเพาะ เจาะจิต เจาะใจ

    ส่งเสริม สอดไส้ สวมใส่ ศีลธรรม

     

     

    December 31

    สุดท้ายก็เป็นแบบนี้

     

    สุดท้าย.........เรื่องราวทุกอย่าง . . . ก็จบลงแค่ตรงนี้
    สุดท้าย.....เธอ และฉันก็ไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีๆ ให้กัน
    สุดท้าย ............เรื่องราวความสัมพันธ์สองเราก็ไม่มี
    และสุดท้ายจริงๆ......คือ ฉันยังตัดใจทิ้งจากเธอไม่ได้