Natchanon's profileSoDiUm---> [NA]PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 30

    ...

       
     เหนื่อยกายเหนื่อยใจจังวุ้ย.....
    September 22

    ไม่รู้เป็นอาราย

     
     
    พิ่งกลับมาจากสอนเด็ก
    วันนี้สอนแค่คนเดียวจากปกติห้าคน
    ก็เพราะอารมณ์เรานั่นเองกำลังบูด
    พี่จามาให้สอนต่อก็เลยปฏิเสธเขาหมด
    อดเลยกรูแทนที่จะได้ซักห้าหกร้อย
    เลยได้แค่ร้อยยี่สิบ
    ไม่รู้เป็นอะไรอ่ะช่วงนี้
    รู้สึกเหงาๆๆ แปลกๆๆ เหอๆๆ
    แล้วก็ที่สำคัญเครียด
    อีกสองอาทิตย์จาสอบแล้วอ่ะ เฮ้อ
    แล้วก็งานก็ถาโถมโหมกระหน่ำมา แต่ก็ยังไม่ทำอยู่ดีว่ะ
    เห้อ....แล้วก็เรื่องอื่นๆอีกมากมายที่พาให้คิด
    ไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย มานเหมือน
    กับว่ากามลังเซงอยู่ตลอดเวลาโดยมะรูสาเหตุอ่ะ
    ทำอาไรก็ไม่ได้อยากนั่งอยู่เฉยๆๆคนเดียว
    ซึ่งมันไม่ได้อะไร เหอๆๆๆ
    สรุป__กรูเป็นบร้าไรวะเนี่ย__
    พรุ่งนี้จาไปดรีมเวิร์ลกะพี่ๆๆเพื่อนๆๆและน้องๆ
    ขอให้เราหายเป็นอย่างนี้ก่อนไปแล้วกานสาธุ เห้อๆๆๆๆ
     
    ขอโทดทุกคนด้วยนะที่โดนเราวีนหรือก็อารมณเสียใส่
    ขอโทดจิงๆๆจากใจ
     
    SoDiUm-->Na
     
    September 21

    คิดก่อนสาย

     



       
     
              ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับเจ้าของต้นเรื่อง 
    มันอาจตอกย้ำความเจ็บปวดกับคุณในเรื่องนี้ 
    แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่เพื่อตอกย้ำคน
    ที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคนให้หันกลับมาดูคนที่ส่งเสียคุณ
    เลี้ยงดูคุณมาด้วยความเหนื่อยยาก 
      
        วันนี้เราหันไปเหลียวท่านบ้างหรือเปล่า
    ก่อนจะไม่มีโอกาสดูแล เมื่อท่านจากเราไปแล้ว
    การจัดงานใหญ่โตมันไม่มีประโยชน์อะไร
    เวลาท่านอยู่ทำไมไม่ทำ?

    ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ

    ในขณะที่....
    ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป เรียน เที่ยว นอน กิน
    ดึกๆผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
    ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
    และผมก็เชื่อว่าใครๆเค้าก็ทำแบบนี้กัน
    "จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง"

    "กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิด ถึงเค้ามั้ยเนี่ย"
    "รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือ
    ที่รักจะได้เห็นใจไง""ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ"
    ประโยคต่างๆที่ผมได้คิดและคัดสรร
    เตรียมพร้อมมาต่างๆก่อนโทร

         ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
    ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
    พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ไม่ชอบนะ
    หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน

    "เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ
    แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน"

    "ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง"

    "เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย"
    "วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง"

    "อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ"
     
    โธ่!คำถามเดิมๆ

    ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที
    ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
    โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
    ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว
    ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง"
    จนกระทั่งวันนั้น

    "ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย"
    "เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ"
    "แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ"
    ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
    ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า "Home"
    "โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย"
    ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
    เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ

     
    "และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่"

    หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
    เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
    และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
    แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
    ญาติของผม
    เล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
    ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น
    และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอ
    ไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล

    แต่แม่เลือกที่จะโทรหา "ผม"
    สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ

    โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
    วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม
    ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น

    วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
     
    ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
    ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
    โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
    ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ


    คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
    คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม

    "และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต"
    ในบางครั้งประโยคที่ว่า
    "ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว"
    มันก็ไม่เป็นความจริง

    "เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว"
    อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม

    หลังจากนั้น ไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอ
    วันหลายๆชั่วโมงคุยกับเธอก็ทิ้งผมไป
    วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ
    มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
    เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง
    "เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป"
    ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
    รอที่จะตอบคำถามเดิมๆให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
    แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
     
      ขอบคุณเพื่อนไอซ์และเจ้าของเรื่องที่ให้ข้อคิดดีดีกับเรา
     
                                                       Sodium-->Na
     
    September 16

    เซง++!!!

     
    อยากไปดูหนังอ่ะ
    เง้อ กะว่าจาไปดูอาทิตย์นี้ซะหน่อย
    แต่ก็ทามไงได้เพื่อนๆ ก็ไปดูมา
    เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแต่บังเอิญข้าพเจ้า
    ไม่มีตังค์ไปดูอ่ะ
    แง่ว..ชาวบ้านเขาก็ไปดูกานหมดแล้ว 
    เง้อ เซงว่ะ++
    สงสัยคงจะต้องไปดูคนเดียว
    หรือก็ไม่ได้ดูอีกตามเคย
    เฮ่ออออออออ!!!!!
     
    เบื่อจาง++
     
     
    September 13

    "Sad"

     
    เฮ้อ......เศร้า
     
               ไว้อาลัยให้กับเพลงในเสปซเราเพลงเก่า.."อยากรู้แต่ไม่อยากถาม"...
               
               ซึ่งโดนปู้ยี่ปู้ยำ หุหุ  ไม่น่าเลยเพลงออกเพราะ เหอะๆๆ
        
               เลยต้องเปลี่ยนอย่างเร่งด้วน เง้อๆๆๆๆๆ เสียดาย
     
                                            
                                                                      Sodium-->Na
    September 04

    MeeTing For N' KhorYai "---> Lag <---"

           เมื่อวานไม่ได้อั๊บเพราะเหนื่อยมาก เราว่าเรานั่งเฉยๆๆ
    แต่ทามไมเหนื่อย โฮะๆ?? กว่าจารวบรวบทรัพย์สินกานได้
    ก็นัดน้องเกือบเป็นกลุ่มสุดท้าย
          
           3 กันยายน 2550 ห้าโมงเย็น ใต้ CB4
    แต่กว่าจาได้เคลื่อนทัพหลวงจิงๆๆก็หกโมงก่าๆๆ
    เรานั่งรถยามาก้าวไปเรื่อยๆๆตามถนนพุทธบูชา
    หุหุ ผ่านบ้านสวนธนแล้วก็ผ่านๆๆไปเรื่อยๆๆ
    พอถึงหน้าร้านธนบุรีการ์เด้นน้องๆๆก็กำลังจะเข้าไป
    แต่ไม่ใช่พี่ดันไม่เข้า ห้าๆๆ เข้าร้านข้างๆๆ
    บะหมี่จับกังตั้งเรียงรายอยู่กว่า 20 ชาม
    แล้งกิจกรรมฐานแรกก็เริ่มขึ้น..เส้นสายใยรัก..
    พี่รหัสกะน้องจับคู่กาน กิน กิน ให้หมด ภายในเวลาสิบนาที
    แห้ๆๆ ฮากานมากมาย และแล้วคู่ที่หมดช้าสุดก็คือ
    เปเล่ย์ กะน้องแอม ทุกคนเหมือนจาอิ่ม เพราะ
    จับกังชามใหญ่และก็เยอะมากแล้วไอ้เฌอดันไปสั่ง
    เป็นแบบพิเศษอีก แมร่ง หุหุ
     
          จากนั้นเราก็จาพาน้องแลนรี่ไปไหว้พระที่วัดพุทธ
    กติกามีอยู่ว่า ใครไปถึงหลังสุด เสปเชียล
    พอไปถึงแยกวัดหลวงพ่อโอภาสี เราก็เลี้ยว
    น้องก็งง พี่พี่ก็บอกว่านี่แหละทางลัด
    หุหุ ผ่านบ้านเคียงน้ำ เราก็พาน้องๆๆเข้าไปขอนั่งพักหน้าร้าน
    แล้วก็เพิ่งจารู้ว่าสเปเชียลของการที่กินบะหมี่หมดช้าคือ
    จะได้นั่งแทกซี่ มายังจุดหมาย เพราะเจอเปเล่ย์กะน้องแอม
    รออยู่อย่างสบายใจ
     
        จากนั้นก็ถึงกิจกรรมฐานที่สอง ถ่ายรูปหมู่แล้วก็ถ่ายรูป
    หน้าตาที่อุบาตทคี่สุดใครดูดีสุดจาถูกสเปเชียลในการเลี้ยงครั้งหน้า
    หุหุ อุบาตกานเต็มที่เลย แสด รับไม่ได้ ถ่ายเสดเราก็พา
    น้องไปยังประตูทางเข้าห้อง VIP 1 ถ่ายรูปพี่น้องสายระหัส
    แล้วพาเข้าห้อง หุหุ
     
       แล้วก็ลงมือทานอีกครั้งเพราะบะหมี่ถูกย่อยไปกะการเดินทาง
    ที่เหมือนจะไกล หุหุ ละก็แนะนำสมาชิกและน้อง ฃ ใหญ่
    ฮาดี ต้องขอบใจเฌอที่นั่งทำ แหะๆๆ และแล้ว น้ำตราจอร์นนี่นักเดิน
    ตราฉลากดำและฉลากแดงก็ถูกเปิดโดยพี่เชา ทุกคนแดนซ์กระจาย
    ที่ไม่คาดฝัน น้องแฟง14 เราจู่ๆก็ฉวยไมค์ลุกขึ้นมาร้องและแดนซ์
    ไทเทเนียม ทุกเพลง โอ้ววววก้อด...แล้วเราก็กลับพร้อมกานห้าทุ่ม
    สี่สิบเพราะน้องต้องเข้าหอในแหะๆๆหมดเวลาสนุกเยย ว้าๆๆๆ
     
    -ขอบใจเพื่อนๆ ฃ ใหญ่ที่ยังรักกานดี
    -ขอบใจเพื่อนๆ ฃ ใหญ่ที่ทำให้วันนี้เกิดขึ้น
    -ขอบใจน้องๆ  ฃ ใหญ่ที่มาสร้างสีสัน
    -ขอบใจบะหมี่จับกังที่ทำให้เราสนิทกานมากขึ้น
    -ขอบใจเท้าของเราที่พาเราเดินไปด้วยกานจนถึงจุดหมาย
    -ขอบใจบ้านเคียงน้ำที่เอื้อเฟื้อสถานที่และอาหาร
      ที่ออกมาอย่างพร้อมเพรียงและรวดเร็วไปนิด
    -ขอบใจผู้จัดการร้านบ้านเคียงน้ำที่ทำให้
      พวกเราคิดว่าเป็นพนักงานต้อนรับ
    -ขอบใจเฌอที่ทามกราฟฟิกและดูแลความเรียบร้อย
    -ขอบใจพีธีกรคู่ขวัญ เซฟ กะ เฌอ
    -ขอบใจกล้องคู่กายทำให้ได้รูปความทรงจำที่ดีอีกงาน
    -ขอบใจกล้องคู่กายอีกครั้งที่แบตไม่หมดก่อนเวลาอันควร
    -ขอบใจแทกซี่ทุกคันที่พาเรากลับ
    -ขอบใจเราทุกคนที่พร้อมใจกานแต่งเติมความสุขให้กันและกัน
     
                                                           SoDiUm-->Na
    September 02

    .....อึมคลึม.....

     
     
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   ที่จะต้องปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้เข้ากับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   กับการงอลอย่างไม่มีเหตุผล
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   กับการตามง้อที่มันมากเกินไป
    ข้าพเจ้า   เบื่อ   เบื่อ  เบื่อ
     
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    ว่าคนที่ข้าพเจ้ารู้จักเริ่มเปลี่ยนไป
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    เหนื่อยกับการตามทำความเข้าใจความรู้สึกคนอื่น
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้า เบื่อ และ อยากอยู่คนเดียว
    ข้าพเจ้า  รู้สึก    อยากหลับไปโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมารับรู้
     
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  บางคนที่ข้าพเจ้าละบายให้ฟัง (ขอบคุณนะ)
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  ที่บางโอกาสข้าพเจ้าทำให้งานนั้นหมดสีสัน
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  ที่ทำให้บางคนลำบากใจ
    ข้าพเจ้า  ขอโทษ  ที่ข้าพเจ้าทำหน้าที่ของข้าพเจ้าไม่ดีพอ
     
                 ขอโทษ*****************
                                  พี่ เพื่อน และ น้อง อันเป็นที่รักของข้าพเจ้าทุกคน
                                  Sodium-->Na